นอกจากปัญหาผิวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทุกประเภทผิวแล้ว ผู้ที่มีผิวผสม-ผิวมันยังต้องเผชิญกับปัญหาเพิ่มเติมจากผลของการเผชิญแสงแดด ที่จะส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ใบหน้ามันเงา รูขุมขน และการทำปฏิกิริยาของอนุมูลอิสระ (Free radicals) กับน้ำมันเคลือบผิวที่ส่งผลให้เกิดปัญหาการอุดตัน และเกิดเป็นสิวตามมาได้
ผิวมัน และผิวผสม ควรใช้กันแดดหรือไม่
ผู้ที่มีผิวมัน-ผิวผสม หรือผู้ที่มีปัญหาสิวมักจะหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดการอุดตัน เกิดปัญหาสิว สิวอุดตัน และสิวผด ในความเป็นจริง “ผลิตภัณฑ์กันแดด” เป็นขั้นตอนการดูแลผิวที่สำคัญและจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกประเภทผิว ทุกปัญหาผิวโดยเฉพาะเราคนไทยที่อาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่มีปริมาณรังสียูวีสูง (ค่า UV INDEX)1 แม้ในช่วงฤดูฝนที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีแสงแดด ไม่รู้สึกถึงการสัมผัสกับรังสียูวี แต่ในความเป็นจริงปริมาณรังสียูวีในฤดูฝนแทบจะไม่ต่างจากในช่วงฤดูร้อนเลยดังนั้นผู้ที่มีผิวผสม-ผิวมัน หรือผู้ที่ปัญหาสิวก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำในทุกเช้า แม้วันที่ไม่ได้ออกไปนอกบ้าน และจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะกับการดูแลแก้ปัญหาสิว ผิวมัน และยังช่วยปกป้อง/ป้องกันการเกิดปัญหาสิว ผิวมันร่วมด้วย
วิธีเลือกกันแดดให้เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม
วิธีเลือกกันแแดให้เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม นอกจากการเลือกกันแดดคุมมันแล้ว จะต้องพิจารณาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์กันแดดเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาสิว ผิวมัน รวมถึงป้องกันการเกิดปัญหาสิว และผิวมันไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ส่วนผสมต้องไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
ต้องมีส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (ใช้แล้วไม่เกิดสิวอุดตัน/สิวผด เป็นต้น) เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นสูตร Non-comedogenic ที่ผ่านการทดสอบกับผู้ที่มีผิวบอบบางระคายเคืองง่ายภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง ไม่มีสารที่อาจจะทำให้เกิดการอุดตัน เช่น น้ำมัน ซิลิโคน เป็นต้น รวมถึงปลอดภัยแม้ผิวที่บอบบางระคายเคืองง่ายส่วนผสมต้องช่วยควบคุมหรือลดความมัน
ต้องมีส่วนผสมที่ช่วยควบคุมหรือลดความมัน เพื่อลดสาเหตุของการเกิดสิว เช่น ซิงค์ (Zinc) บิกซ์แอคทิฟ (Bix’active) แอร์ลิเซียม (Airlicium) หรือสารที่ช่วยลดปัญหาสิว เช่น ซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic acid)ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) เป็นต้นเนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา
เนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อมอบสัมผัสที่ดีให้แก่ผู้ใช้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับบริเวณใบหน้าและลำคอ คือ 2 ข้อนิ้วสำหรับเนื้อครีม หรือ 2 เหรียญสิบบาทสำหรับเนื้อฟลูอิด หากผลิตภัณฑ์กันแดดมีเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ดี บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ก็จะสามารถปกป้องผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพการปกป้องที่ผลิตภัณฑ์ได้นระบุไว้ปกป้องรังสียูวีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
กันแดดที่ดี ต้องปกป้องรังสียูวีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีความคงตัวต่อแสงแดด ช่วงความยาวคลื่นของรังสียูวีคือ 280-400 นาโนเมตร ซึ่งทุกช่วงความยาวของรังสียูวีสามารถทำร้ายผิวได้ แต่อาจจะมีเพียงบางผลิตภัณฑ์กันแดดเท่านั้นที่สามารถปกป้องรังสียูวีได้อย่างครอบคลุมทุกช่วงความยาวคลื่น โดยเฉพาะช่วงความยาวคลื่นท้าย ๆ ของ Long UVA (380-400 นาโนเมตร) ณ ปัจจุบันนี้ มีสารกันแดดเพียงชนิดเดียวที่สามารถปกป้องช่วงความยาวคลื่นดังกล่าวได้อย่างครอบคลุม ได้แก่ สารกันแดด “เม็กซ์โซริล400 (MEXORYL400)” และผลิตภัณฑ์กันแดดจะต้องคงประสิทธิภาพการปกป้องหลังการเผชิญแสงแดดได้ด้วย จึงจะเรียกได้ว่ามีความคงตัวต่อแสงแดดค่า SPF สูง
ควรเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าการปกป้องสูง ๆ : SPF50+/PA++++และ พิจารณาค่า PPD ที่สูง ๆ ร่วมด้วย โดยเฉพาะหากไม่สามารถทาผลิตภัณฑ์กันแดดในปริมาณที่เหมาะสมได้ การทาผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าการปกป้องที่สูงกว่า ย่อมให้ประสิทธิภาพการปกป้องที่สูงกว่า โดยเฉพาะผู้ที่ทากันแดดในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง ก็จะได้รับการปกป้องที่ดีกว่าหากใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่าการปกป้องสูงอาจารย์แพทย์ผิวหนังจากโรงเรียนแพทย์ท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “กันแดดที่ดีที่สุด คือกันแดดที่คุณทาลงบนผิว” นี่คือการแนะนำง่าย ๆ ถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์กันแดดในการดูแลผิวว่ามีความจำเป็นสำหรับทุกวัน ทุกวัย ทุกประเภทผิวและทุกปัญหาผิว ทุกคนจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำ ในการเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด บางคนอาจจะพิจารณาจากเนื้อครีม บางคนอาจเลือกจากประสิทธิภาพการปกป้อง แต่หากเลือกได้ทั้งสองคุณสมบัติ ก็อย่าลืมที่จะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกเช้า แม้กระทั่งผู้ที่มีปัญหาสิว และผิวมัน ผลิตภัณฑ์กันแดดก็ยังมีความสำคัญและจำเป็นสำหรับผิวของคุณ
REFERENCES: