ครีมกันแดด อันดับ 1 ที่แพทย์ผิวหนังในประเทศไทยแนะนำ ปกป้องผิวจากการำร้ายลึกของรังสีอินฟราเรด

ผลิตภัณฑ์แบบไหนที่เหมาะกับผิวเด็ก

ศ.พญ.ศิริวรรณ วนานุกูล ได้ให้คำแนะนำว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ใดก็ตามโดยเฉพาะครีมกันแดดทาหน้า ไม่ว่ากับเด็กผิวแพ้ง่าย หรือเด็กปกติก็จำเป็นต้องระมัดระวังทุกอย่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเด็กที่ดี มักไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือสารสังเคราะห์บางตัวที่จะมีผลต่อการระคายเคือง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ และมักมีคุณสมบัติที่เหมาะกับผิวเด็กทั่วทั้งตัว คือใช้ได้ตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงทาได้ทั่วตัว ซึ่งแน่นอนว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ล้วนต้องผ่านขบวนการทดลอง ทดสอบในห้องวิจัยมาแล้วอย่างดี แต่หากคุณพ่อคุณแม่ ไม่มั่นใจ หรืออยากจะทราบว่า ควรทดสอบก่อนว่าจะมีผลระคายเคืองต่อผิวเด็กหรือไม่นั้น ก็สามารถทดสอบได้โดยการทาบริเวณข้อพับ หรือบริเวณที่เป็นผิวอ่อน โดยทาแล้วทิ้งไว้ราว 5 นาที หรือมากกว่า แล้วเฝ้าสังเกต หากไม่มีอาการผื่นแดง ก็แสดงว่าไม่มีอาการระคายเคือง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จะไม่ค่อยส่งผลให้เกิดอาการแพ้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ การที่ผิวเด็กไม่ค่อยได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการปกป้องผิวเด็กในบ้านเรานั้น ก็มีน้อยมาก ในขณะที่ต่างประเทศนั้นมีอยู่ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคนไม่ค่อยนิยมใช้กัน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเชื่อว่าคนเอเซียมีสารต่อต้านเมลานินในผิวค่อนข้างมากกว่าคนผิวขาวหรือเปล่า จึงไม่ค่อยนิยมใช้สารกันแดดกัน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะรังสี UV ไม่ได้มีผลเฉพาะการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้เรามีผิวคล้ำมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพเซลล์ผิว การเหี่ยวย่น และริ้วรอยต่างๆ ซึ่งจะส่งผลในระยะยาว ดังที่ได้เรียนให้ทราบในเบื้องต้นไปแล้ว จึงอยากแนะนำว่าเมื่อมีผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวที่เหมาะสำหรับเด็ก ก็ควรจะใช้ให้เป็นกิจวัตร ใช้อย่างสม่ำเสมอ จริงๆ แล้วควรมีการทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ เพราะคุณสมบัติในการปกป้องผิวของสารป้องกัน UV นั้น ไม่สามารถอยู่ได้ทั้งวัน เมื่อโดนน้ำ หรือเหงื่อในระหว่างวัน ก็มีความเข้มข้นในการปกป้องผิวน้อยลงไปด้วย จึงควรทาซ้ำให้บ่อย และใช้เป็นประจำทุกวัน เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีสุขภาพผิวที่ดีอย่างแน่นอนค่ะ